วันนี้เมื่อ3ปีที่แล้ว ผมกำลังทำงานพิเศษอยู่ที่ร้านอาหารแห่งนึง

ผมไม่ได้อยากทำเท่าไรหรอก แต่ว่าเนื่องจากปัญหาทางการเงินในครอบครัวผม

ผมจึงต้องมาทำงานหาเงิน

ที่ร้านนี้ เจ้าของรู้จักกันกับแม่ผม แม่ผมจึงฝากให้ผมเข้าไปทำงานในร้าน

วันแรกที่ผมเข้าไปทำงาน ผมไม่ได้คุยอะไรกับใครเป็นพิเศษ

อย่างนึงคือ ผมเป็นคนที่เงียบๆด้วยอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่คนที่สนิทๆหน่อย ผมก็จะไม่คุยเลย

วันแรกของผม ผ่านไปอย่างน่าเบื่อหน่าย

วันต่อมา ผมก็ได้รู้จักเพื่อนเพิ่มขึ้นอีก 4-5คน พวกเธอเป็นเด็กนร.ทำงานพิเศษของที่นี่

ที่เมื่อวานผมไม่ได้เจอพวกเธอ ก็เพราะว่าเป็นวันหยุดของพวกเธอนั่นเอง

แล้วผมก็ได้รู้จักเธอ เธอเป็นคนน่ารักคนนึง แต่ก็เท่านั้นแหละผมไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไรหรอก

วันต่อๆมา ผมก็ยังคงไม่คุยกับใคร เพราะผมคิดแค่ว่ามาทำงานให้มันจบๆไป1วัน แล้วรับเงินมา

แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องคุยสนิทกับใครนี่นา

แต่ความรู้สึกของผมในช่วงนั้นแย่มากๆ เนื่องด้วย ร้านที่ผมไปทำงานนั้น อยู่ไกลจากบ้านผมมาก

ผมต้องไปค้างที่บ้านญาติแถวนั้น ผมไม่ได้เจอใครเลย เพื่อนหลายคนโทรมาชวนผมไปเที่ยว

แต่ผมก็ไม่สามารถไปได้ ผมคิดน้อยใจว่าทำไมเพื่อนๆของผมไม่เห็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย

ทำไมมีแต่ผมคนเดียวที่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนไม่ได้ มีแต่ผมคนเดียวต้องมานั่งเหงาอยู่คนเดียว

ในขณะที่ผมรู้สึกแย่ที่สุดนั้นเอง เธอก็ยื่นมือมาให้ผม

'นี่... ยิ้มบ้างก็ได้นะ' 'เห็นไหมยิ้มแล้วหล่อกว่ากันเยอะเลย' เธอเป็นคนเดียวที่เข้ามาพูดกับผม

ในขณะที่คนอื่นๆทั้งเพื่อนของเธอเอง ไม่เห็นแม้แต่เงาหัวของผมด้วยซ้ำ

หลังจากนั้น ผมก็มีความสุขในการทำงานมากขึ้น ผมรีบมาที่ร้านให้เช้าๆเพื่อที่จะได้เจอเธอ

ผมอยากคุยกับเธอ ผมอยากยิ้มให้เธอเห็น ผมอยากทำอะไรให้เธอบ้าง

แต่ งานเลี้ยงก็ย่อมมีวันเลิกลา เมื่อถึงเวลาเปิดเทอม ผมก็จำเป็นต้องจากเธอไป

เพื่อไปทำหน้าที่ของผมต่อ ผมสัญญากับเธอไว้ว่าปิดเทอมคราวหน้าจะกลับมาทำที่ร้านต่อ

แล้วในที่สุด ผมก็เดินจากเธอไป


วันนี้เมื่อ2ปีที่แล้ว
ผมกำลังอ่านหนังสือเพื่อที่จะเตรียมสอบเอนทรานซ์

การอ่านหนังสือเตรียมสอบนั้น เป็นอะไรที่ใหม่สำหรับผมที่วันๆเอาแต่เตะบอล เอาแต่เที่ยวเล่น

แม้ว่าผมจะมีเพื่อนติวเพื่อนที่อ่านหนังสือด้วยกันก็ตาม มันก็ทำให้ผมเบื่อได้อยู่ดี

แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ผมไม่ยอมอ่านหนังสือหรอกนะ ผมรู้ว่ามันจำเป็นต่ออนาคตของผมเอง

วันๆนึง ผมต้องตื่นตั้งแต่ตี5ครึ่งเพื่อมาอ่านหนังสือ และจะเลิกอ่านอีกทีก็3ทุ่มนู้นแหละ

และยังต้องเข้านอนตอน4ทุ่มด้วย เพื่อที่จะได้ตื่นมาอ่านไหว ในวันพรุ่งนี้

ในช่วงนี้ ชีวิตของผมมีแต่หนังสือเพียงเดียว ผมอยากเจอเพื่อน ผมอยากเตะบอล

และ ที่สำคัญ ผมอยากเจอเธอ

จนกระทั่งวันนึง เธอก็โทรมา ผมแปลกใจเล็กน้อยที่เธอซื้อมือถือแล้ว(แต่ก่อนเธอไม่มี)

และเธอโทรมาชวนผมออกไปข้างนอก แต่ผมจำใจต้องปฎิเสธเธอ

ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากไปหรอกนะ ผมอยากไปจะตาย

แต่ว่าผมสัญญากับแม่ไว้แล้วว่าเฉพาะปีนี้เท่านั้น ที่จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อการสอบ

เธองอนผมนิดหน่อย แต่สุดท้ายแล้ว เธอก็เข้าใจ 'เข้าใจก็ได้ แต่คราวหน้าห้ามเบี้ยวนะ'

ผมไม่รู้หรอกว่าเธอเข้าใจผมจริงๆหรือเปล่า หรือว่า แค่อยากให้ผมสบายใจ

เพราะว่าเธอนั้น ไม่ค่อยมีความคิดที่เรียนต่อมหาลัยเท่าไร เนื่องจากหลายๆอย่าง

ทั้งที่บ้านของเธอ ทั้งผลการเรียน และ ตัวเธอเอง

แต่ผมไม่สนใจเท่าไรหรอก เพราะยังไงเธอก็ยังคงเป็นเธอ

ถึงเธอจะไม่ใช่คนฉลาด ไม่ได้สวยเหมือนนางแบบ

แต่ เธอก็สามารถทำให้ผมรู้สึกดีได้เสมอ . . . .


edit @ 2006/04/07 23:24:07

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แหม เน่าจังเลยนะช่วงนี้

#1 By Tenjo_Utena (161.246.1.33 /161.246.50.83) on 2006-04-07 23:49

โอะโหย อย่างแรงๆ เจ๋ง โคตร ตำนาน น้องกัส

#2 By หมูทอดซามะ on 2006-04-08 01:06


แล้ว 1 ปีที่แล้วและปีนี้หล่ะหล่ะ

// ผมเป็นคนที่เงียบๆด้วยอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่คนที่สนิทๆหน่อย ผมก็จะไม่คุยเลย
<--จิงปะเนี่ย

#3 By pLiN (58.8.138.105) on 2006-04-08 14:12

เหอๆ 1ปีที่แล้วรอผลเอนท์ กลิ้งไปกลิ้งมา ไม่มีสาระอะไรเลยไม่รู้จะพูดถึงทำไม

#4 By Akara_gat on 2006-04-08 16:50

น่าเส้าจังเลย แล้นตอนนี้มีที่ร๊ากรึยางหล่ะ

#5 By o ^ ^ o (202.57.175.59) on 2006-04-08 19:11

อิส ชี เดอะ เซม เห้อ?

#6 By ABZee on 2006-04-09 02:55

แว้กกกก ไม่น่าเชื่ออออ โอ้วววว

#7 By มลแมน (202.139.223.18) on 2006-04-11 00:07

หมั่นไส้ .... อิจฉาจางเรยย

#8 By โดนบังคับให้เม้นท์ (158.108.211.204) on 2006-04-14 22:48

เน่าสาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...

#9 By คนที่บังเอิญผ่านมา (158.108.183.20) on 2006-04-27 16:46