วันนี้ของปีที่แล้ว
posted on 11 Nov 2005 02:05 by gatkung in this-day-in-past-yearวันนี้เมื่อ2ปีที่แล้ว
ผมก็ไปเรียนที่ร.ร.ตามปกติ แต่ก็แอบพกของขวัญของเธอไปด้วย เพื่อที่ว่าจะได้นำไปให้เธอในตอนเย็น เลิกเรียน ผมไปหาเธอที่ร.ร.เพื่อนำของขวัญวันเกิดไปให้
วันนั้นเป็นวันกีฬาสีของร.ร.เธอพอดีด้วย ตอนแรกผมกะว่าจะทันไปดูเธอแสดง
เชียร์ลีดเดอร์ แต่ว่าผมก็ไปถึงเย็นมาก ก็เลยอดดู เธอเต้น แต่ไม่เป็นไรหรอก
เพราะจุดประสงค์จริงๆของผมก็แค่การนำของขวัญมาให้กับเธอ และ บอกเธอว่า สุขสันวันเกิดเท่านั้นเอง เธอขอบคุณผมและบอกว่าไม่น่าลำบากเลยเพราะว่าร.ร.ผมกับเธอนั้นอยู่ไกลกันมาก ผมบอกว่าไม่เป็นไรหรอก ผมมาเพราะอยากมา แล้วผมก็ไปส่งเธอขึ้นรถกลับบ้าน เพราะว่าเย็นมากแล้ว ส่วนบ้านผมนั้นอยู่คนละทางกับเธอ เมื่อส่งเธอแล้วผมค่อยกลับบ้าน คืนนั้นเป็นอีกคืนที่ผมนอนฝันดี
วันนี้เมื่อปีที่แล้ว
ผมเกือบสูญเสียสิ่งนึงไป และ สูญเสียอีกสิ่งนึงที่ผมรักไปอย่างไม่มีวันได้กลับมาอีก ตลอดกาล วันๆเดิม เหมือนเช่นดั่งปีที่แล้ว ของขวัญของเธออยู่ในกระเป๋าผม ตารางนัดตอนเย็นทุกอย่างถูกปฎิเสธหมด เพื่อที่ว่าผมจะได้ไปหาเธอเช่นดังเดิม เหมือนปีที่แล้ว แต่แล้ว เพราะ โทรศัพท์เพียงสายเดียว ทุกๆอย่างก็พลันสลายไป
หัวใจผมแทบแตกสลายเมื่อได้รับโทรศัพท์สายนั้นในตอนเช้าของวันนั้น เพื่อนของเธอโทรมาแจ้งข่าวร้ายที่สุด หล่อนบอกให้ผมทำใจให้ดีๆ ใจเย็นๆเข้าไว้ หล่อนบอกับผมว่า เธอตายแล้ว เพิ่งตายเมื่อคืน วินาทีนั้นเหมือนหัวใจของผมหยุดเต้นไปแล้ว แต่เสียงของหล่อนก็เหมือนดังเครื่องปั๊มหัวใจ ที่ทำให้หัวใจผมต้องเต้น และ กลับมายอมรับความจริงกันโหดร้ายนี้อีก เมื่อวางสายไป ผมเหมือนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกคนถอดปลั๊กออกทันที ผมไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นแล้ว จากเรื่องราวที่เธอบอกมานั้น เหตุการณ์การตายของเธอนั้น
เป็นเรื่องใหญ่โต ถึงกับออกเป็นข่าว วันนั้นผมโดดเรียนตลอดคาบเช้า ไปนั่งฟังวิทยุเพื่อรอฟังข่าวของเธอ เปิดทุกคลื่นทุกสถานี เปิดหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ แต่ก็ไม่พบเรื่องของเธออยู่เลย แม้แต่ตัวอักษรเดียว ผมโทรกลับไปหาเพื่อนของเธอ ด่าว่าเธอ หาว่าเธอโกหกผม ผมว่าเธอทั้งน้ำตา เพราะรู้อยู่ในอกอยู่แล้ว ว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ใครเค้าจะเอามาโกหกกัน แต่ผมก็ทำใจยอมรับไม่ได้อยู่ดี
เธอคนที่ผมรักมากที่สุดจากไปแล้ว ไม่อาจหวนคืนมาแล้ว ไม่อาจได้สัมผัสเธอ
ไม่อาจคุยกับเธอ ไม่อาจได้ยินเสียงเธออีกต่อไป ไม่มีคนให้ผมพาไปเดินควง
ไม่มีคนที่จะคอยงอนให้ผมตามง้อ ไม่มีคนที่จะคอยเขินอายเวลาผมบอกรัก
ไม่มีอีกแล้วจากนี้และตลอดไป
ตอนนั้นผมเหมือนเป็นบ้าไปแล้ว คำพูดใครๆก็ไม่เข้าหู เสียงของใครๆไม่อาจเข้าไปถึงในหัวใจของผมได้ จนสุดท้ายผมก็ลงมือทำร้ายตัวเองไป จนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาล
ระหว่างที่รอเข้าห้องผ่าตัด มีเพื่อนมาให้กำลังใจผมมากมาย แต่ก็ไม่ได้เข้ามาคุยกับผม พวกเขานั่งรอผมอยู่ข้างนอก มีเพียงแม่และเพื่อนสนิทของผม ที่อยู่ด้วยกัน นั่งข้างเตียงที่ผมนอนอยู่ เป็นครั้งแรกในรอบหลายๆปีที่ผมร้องไห้ออกมาและเป็นครั้งแรกที่มันเห็นผมร้องไห้ ตั้งแต่คบกับมันมา น้ำตาที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับคำสารภาพว่าอะไรที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ พร้อมกับคำขอโทษที่ผมทำให้มันเป็นห่วง ไม่บอกกับมัน ไม่วางใจที่จะปรึกษา ไม่แม้แต่จะคิดถึงมัน แต่มันก็ไม่ได้ว่าอะไร มันบอกให้ผมทำใจให้สบาย
เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ นี่ยิ่งทำให้ผมยิ่งรู้สึกผิดต่อมันมากไปอีก เพราะตอนแรกคิดว่ามันจะต้องโกรธผม แต่ที่ไหนได้ มันกลับเป็นห่วงจิตใจผมมากกว่า ผมขอบคุณมันมาก ที่อยู่เป็นเพื่อนผม และฝากขอบคุณและขอโทษเพื่อนคนอื่นที่อยู่ข้างนอกด้วย
พอผมเข้าห้องผ่าตัด หมอก็เริ่มลงมือทำการผ่าตัด ตอนแรกๆหมอก็ใช้ยาชาแต่ผมทนความเจ็บไม่ไหว หมอก็เลยใช้ยาสลบกับผม ผมรู้สึกตัวอีกที การผ่าตัดเสร็จสิ้นแล้ว ผมอยู่ในห้องของคนไข้รวม มีแม่และเพื่อนสนิทอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆเตียง
คืนนั้นทั้งคืนมีคนผลัดกันมาเยี่ยมผมมากมาย ทั้งเพื่อน รุ่นน้อง ญาติ พี่น้อง กว่าเพื่อนกลุ่มสุดท้ายจะกลับออกไปก็หมดเวลาเยี่ยมพอดี ผมขอขอบคุณคนทุกคนที่มาเยี่ยมผม ที่ไม่ถามผมอีกว่าทำไมถึงทำแบบนี้ เพราะเมื่อนึกถึงเหตุผล มันก็ยิ่งทำให้ผมคิดถึงเธอมากขึ้นเท่านั้น
คืนนั้น ผมเพิ่งจะได้รู้ว่าการนอนหลับมันยากเย็นมากเพียงใด
ผมถามตัวเองว่า ถ้านอนหลับไป แล้วไม่ตื่นขึ้นมาเลยมันจะดีกว่าไหม
กลับการตื่นขึ้นมาเจอกับความเป็นจริงอันเจ็บปวด
ในเมื่อการนอนหลับยังยากลำบาก การตื่นนอนล่ะไม่ยากหรือ?
ในเมื่อถ้ามันยาก สู้ไม่ตื่นขึ้นมาเลยจะดีกว่าไหม?
edit @ 2005/11/11 02:09:37